Scan & Get our app!

Get our app!

Download our app and stay connected on the go.

Download app
ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

อธิบายการเสนอราคาแบบทางตรงและทางอ้อมในการเทรด Forex

ในการเทรด Forex สามารถเสนออัตราแลกเปลี่ยนได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ การเสนอราคาแบบทางตรงและแบบทางอ้อม

None

การเสนอราคาแบบทางตรงเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป โดยแสดงมูลค่าเงินตราต่างประเทศ 1 หน่วยในรูปของเงินตราท้องถิ่น 1 หน่วย ในทางกลับกัน การเสนอราคาแบบทางอ้อมจะแสดงมูลค่าเงินตราท้องถิ่น 1 หน่วยในรูปของเงินตราต่างประเทศ

ในบทความนี้ เราจะอธิบายวิธีการเสนอราคาแบบทางตรงและทางอ้อมในการเทรด Forex รวมถึงวิธีคำนวณด้วยสูตรง่ายๆ

การเสนอราคาแบบทางตรงกับทางอ้อมในตลาด Forex

ดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ อัตราแลกเปลี่ยนสามารถแสดงได้ 2 วิธี เมื่อใช้ การเสนอราคาแบบทางอ้อม เราจะพิจารณาอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินต่างประเทศที่คงที่ ขณะที่มูลค่าของสกุลเงินท้องถิ่นอาจเปลี่ยนแปลงไปตามประเทศและสถานที่ที่มีการแลกเปลี่ยน

การเสนอราคาแบบทางตรง เป็นวิธีที่ผู้บริโภคและเทรดเดอร์มือใหม่เข้าใจได้ง่ายกว่า โดยแสดงจำนวนเงินตราท้องถิ่นที่ต้องใช้แลกเป็นเงินตราต่างประเทศที่ผูกค่าไว้ หากอัตราแลกเปลี่ยนต่ำ มูลค่าของเงินท้องถิ่นจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ต่างประเทศ หากอัตราแลกเปลี่ยนสูง เงินท้องถิ่นจะมีมูลค่าลดลงในตลาด Forex

เงื่อนไขการเทรดที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม
โบนัสเงินฝาก
สูงสุด 200% โบนัสเงินฝาก 
สูงสุด 200%
สเปรด
เริ่มต้นที่ 0 pip สเปรด 
เริ่มต้นที่ 0 pip
รางวัลที่ได้รับ
แพลตฟอร์มการเทรด รางวัลที่ได้รับ
แพลตฟอร์มการเทรด
เข้าร่วมได้ทันที

สูตรคำนวณการเสนอราคาแบบทางตรงและทางอ้อม

ในการคำนวณการเสนอราคาแบบทางตรง ให้นำจำนวนเงินตราท้องถิ่นหารด้วยจำนวนเงินตราต่างประเทศ ผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวนเงินท้องถิ่นที่ต้องใช้ซื้อเงินตราต่างประเทศ 1 หน่วย

None

ตัวอย่างการใช้การเสนอราคาแบบทางตรงในการเทรด Forex

การเสนอราคาแบบทางตรงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและเข้าใจง่ายในการแสดงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มักใช้เมื่อสินทรัพย์ฐานมีมูลค่าสูงกว่าสินทรัพย์อ้างอิง

ตัวอย่างเช่น ในบางช่วงเวลา คุณอาจต้องใช้เงิน 72 รูปี (INR) เพื่อซื้อ 1 USD กรณีนี้เป็นตัวอย่างของการเสนอราคาแบบทางตรง เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินคงที่ ขณะที่ INR เป็นสกุลเงินที่เปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น USD จึงเป็นสินทรัพย์ฐาน เนื่องจากมีมูลค่าสูงกว่าสกุลเงินอ้างอิง (INR)

ความแตกต่างระหว่างการเสนอราคาแบบทางตรงและทางอ้อม

โดยพื้นฐานแล้ว แนวคิดทั้ง 2 แบบมีจุดประสงค์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม ในแง่แนวคิดมีความแตกต่างดังนี้:

  • เมื่อพูดถึง “อัตราแลกเปลี่ยนทางตรง” หมายถึงราคาของเงินตราต่างประเทศ 1 หน่วยที่แสดงเป็นมูลค่าในสกุลเงินท้องถิ่น ในทางกลับกัน มูลค่าของเงินสกุลท้องถิ่น 1 หน่วยที่แสดงเป็นสกุลเงินต่างประเทศเรียกว่าอัตราแลกเปลี่ยนทางอ้อม;
  • อัตราแลกเปลี่ยนทั้ง 2 ประเภทขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงสถานที่ตั้งของผู้ที่ทำการแลกเปลี่ยน สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนทางตรง ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์จะกำหนดจำนวนเงินสกุลท้องถิ่นที่ต้องใช้เพื่อซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศ 1 หน่วย ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนทางอ้อม ที่ตั้งจะกำหนดจำนวนเงินตราต่างประเทศที่ต้องใช้แลกกับเงินสกุลท้องถิ่น
  • หากอัตราแลกเปลี่ยนตามวิธีอัตราแลกเปลี่ยนทางตรงลดลง แสดงว่าราคาของเงินสกุลท้องถิ่นปรับตัวสูงขึ้น หากอัตราแลกเปลี่ยนตามวิธีอัตราแลกเปลี่ยนทางอ้อมลดลง หมายความว่าเงินสกุลท้องถิ่นกำลังสูญเสียมูลค่าในตลาด

ข้อดีสำคัญของการใช้อัตราแลกเปลี่ยนทางตรงและทางอ้อม

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้วิธีอัตราแลกเปลี่ยนทางตรง เพราะเป็นวิธีที่ง่ายกว่าในการระบุมูลค่าของสกุลเงิน นอกจากนี้ยังมีข้อดีเพิ่มเติมที่คุณอาจเห็นว่ามีประโยชน์

  1. อัตราแลกเปลี่ยนทางตรงช่วยวัดมูลค่าของเงินสกุลท้องถิ่นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ต่างประเทศ ข้อดีสำคัญของวิธีนี้คือทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ ดังนั้นเทรดเดอร์ Forex ทุกคนจึงใช้วิธีนี้ได้
  2. อัตราแลกเปลี่ยนทางตรงช่วยให้เทรดเดอร์เปรียบเทียบได้ง่ายขึ้นว่าสกุลเงินของประเทศใดแข็งแกร่งที่สุดและมีมูลค่าสูงกว่าเงินสกุลท้องถิ่น
  3. เทรดเดอร์สามารถติดตามผลการดำเนินงานของเงินสกุลท้องถิ่นได้แบบเรียลไทม์ เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนทางตรงแสดงการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของมูลค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ ดังนั้น คุณจึงสามารถติดตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ได้เช่นกัน

จากข้อมูลข้างต้น เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนทางตรงเพราะอ่านและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะผู้เริ่มต้นเทรด Forex วิธีนี้ช่วยให้อ่านอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินต่างๆ รวมถึงภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ในบางครั้ง คุณอาจต้องใช้ข้อมูลย้อนหลังมาเปรียบเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน เพื่อให้เห็นภาพรวมได้ครบถ้วน

ใครเป็นผู้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยน?

อย่างที่ทราบกันดีว่า ตลาด Forex ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลและเป็นตลาดแบบกระจายศูนย์ แล้วใครเป็นผู้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนกันแน่? โบรกเกอร์และ เทรดเดอร์รับราคาเสนอซื้อขายจากที่ใด? อัตราแลกเปลี่ยนขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ข่าวสาร และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ส่งผลต่อราคาสกุลเงิน นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนมักผันผวนอยู่ตลอดเวลา

ขณะเดียวกัน อัตราแลกเปลี่ยนยังขึ้นอยู่กับราคาที่เทรดเดอร์ยินดีซื้อสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกสกุลเงินหนึ่ง ด้วยหลักการเดียวกัน อัตราขายก็ขึ้นอยู่กับความเต็มใจของเทรดเดอร์ที่จะขายสกุลเงินที่มีอยู่ในอัตราที่กำหนด

อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและไม่เคยคงที่ มูลค่าของสกุลเงินอย่างน้อย 1 สกุลในคู่เงินจะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ความผันผวน” ดังนั้น สินทรัพย์ที่เคยมีมูลค่าสูงอาจสูญเสียมูลค่าลงอย่างรวดเร็วได้ โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ เช่น อุปสงค์และอุปทาน

เนื้อหานี้ไม่มีและไม่ควรตีความว่ามีคำแนะนำด้านการลงทุน คำแนะนำในการลงทุน ข้อเสนอหรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ก่อนตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้มั่นใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยง