Scan & Get our app!

Get our app!

Download our app and stay connected on the go.

Download app
ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

วิธีใช้รูปแบบแท่งเทียนกลับตัวเป็นขาขึ้น

การกลับตัวเป็นขาขึ้นคืออะไร และจะสังเกตได้อย่างไรบนกราฟ เพื่อหาคำตอบ เราต้องใช้กราฟทางการเงินประเภทหนึ่งที่เรียกว่ารูปแบบแท่งเทียน ซึ่งใช้ติดตามการเคลื่อนไหวของหลักทรัพย์และตลาด เราได้แนะนำรูปแบบแท่งเทียนขาขึ้นที่น่าจับตาในปี 2021ไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาเรียนรู้วิธีใช้งานรูปแบบเหล่านี้อย่างเหมาะสมในสภาวะตลาดจริง  

None

แท่งเทียนมีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น และได้ชื่อตามลำตัวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากับเส้นที่ประกอบกันเป็นรูปทรงคล้ายเทียนบนกราฟ โดยทั่วไป แท่งเทียนจะแสดงราคาของหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นที่มีการซื้อขายในแต่ละวัน ต่อมาได้พัฒนาเป็นรูปแบบเฉพาะหลายประเภท บางรูปแบบจัดอยู่ในกลุ่มขาลง ขณะที่บางรูปแบบอยู่ในกลุ่มขาขึ้น

ในบทความวันนี้ เราจะมาดูวิธีสังเกตการกลับตัวเป็นขาขึ้น รวมถึงวิธีใช้รูปแบบแท่งเทียนกลับตัวเป็นขาขึ้น

เหตุผลที่ควรใช้รูปแบบแท่งเทียนกลับตัวเป็นขาขึ้น

ก่อนเริ่มใช้งานแท่งเทียนเพิ่มเติม สิ่งสำคัญคือควรพิจารณาประเด็นสำคัญต่อไปนี้

  • แท่งเทียนช่วยให้เดย์เทรดเดอร์ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อสังเกตรูปแบบต่างๆ และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
  • รูปแบบขาขึ้นช่วยระบุจุดเข้าและจุดออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเทรดฝั่งซื้อ
  • แท่งเทียนขาขึ้นช่วยคาดการณ์ระดับที่แนวโน้มขาลงกำลังจะกลับตัว
เงื่อนไขการเทรดที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม
โบนัสเงินฝาก
สูงสุด 200% โบนัสเงินฝาก 
สูงสุด 200%
สเปรด
เริ่มต้นที่ 0 pip สเปรด 
เริ่มต้นที่ 0 pip
รางวัลที่ได้รับ
แพลตฟอร์มการเทรด รางวัลที่ได้รับ
แพลตฟอร์มการเทรด
เข้าร่วมได้ทันที

รูปแบบกลับตัวเป็นขาขึ้นบอกอะไรได้บ้าง

ในบางช่วง แท่งเทียนรายวันจะก่อตัวเป็นรูปแบบหรือกลุ่มแท่ง และสร้างรูปแบบที่สังเกตได้บนกราฟ แต่ละรูปแบบมีชื่อเรียกเฉพาะ เช่น แฮมเมอร์ (hammer), แท่งเทียนกลืนกิน (engulfing), ทหารขาว (white soldier) และรูปแบบอื่นๆ 

รูปแบบเหล่านี้อาจมีขนาดและรูปร่างของลำตัวที่แตกต่างกัน รวมถึงจำนวนแท่งและสีที่แตกต่างกัน ซึ่งบางครั้งก็สำคัญและบางครั้งก็ไม่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะเห็นรูปแบบขาขึ้นแบบใดบนกราฟ โปรดจำหลักการพื้นฐานต่อไปนี้

  1. รูปแบบขาขึ้นจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงแนวโน้มขาลงเท่านั้น หากไม่เป็นเช่นนั้น ไม่ควรถือว่าแท่งเทียนดังกล่าวเป็นรูปแบบขาขึ้น แต่เป็นรูปแบบต่อเนื่องของแนวโน้ม
  2. ไม่ว่าคุณจะใช้แท่งเทียนรูปแบบใด รูปแบบขาขึ้นทุกแบบต้องได้รับการยืนยันสัญญาณเพื่อหลีกเลี่ยงข้อมูลที่ผิดพลาด วิธีที่ดีที่สุดคือสังเกตการยืนยันสัญญาณภายในเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน

การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีวิธีการแบบดั้งเดิมหลายวิธีในการยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงอินดิเคเตอร์ออสซิลเลเตอร์ เส้นแนวโน้ม โมเมนตัม และปริมาณการซื้อขาย เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้ยืนยันแรงซื้อได้ โดยมีวิธีดังนี้

  • แนวรับ –ระดับแนวรับช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและระบุจุดกลับตัวได้ โดยทั่วไปเทรดเดอร์ใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ Fibonacci retracement และเครื่องมืออื่นๆ เพื่อระบุระดับแนวรับ
  • โมเมนตัม –วิธีที่ดีที่สุดในการยืนยันว่าโมเมนตัมกำลังเพิ่มขึ้นคือการใช้ออสซิลเลเตอร์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วย RSI, PPO, MACDและเครื่องมืออื่นๆ
  • กระแสเงินทุน –เครื่องมือนี้ใช้อินดิเคเตอร์ที่อิงกับปริมาณการซื้อขายเพื่อแสดงแรงขายและแรงซื้อในตลาด สามารถใช้อินดิเคเตอร์ OBV, CMF และอินดิเคเตอร์อื่นๆ ได้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้น

หากต้องการต่อยอดการคาดการณ์และการสังเกตตลาด คุณสามารถนำปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นมารวมไว้ในเครื่องมือเดียวที่มีประสิทธิภาพ

การยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้น

โดยทั่วไป รูปแบบขาขึ้นจะประกอบด้วยแท่งเทียน 1 แท่งหรือหลายแท่ง การกลับตัวบ่งชี้ว่าฝั่งผู้ซื้อสามารถเอาชนะแรงขายได้สำเร็จ สัญญาณขาขึ้นทุกสัญญาณยังคงต้องได้รับการยืนยัน เพราะไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ซื้อรายใหม่จะดันราคาให้สูงขึ้นได้หรือไม่ เนื่องจากรูปแบบขาขึ้นมักเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ (ประมาณ 1-2 สัปดาห์) จึงควรยืนยันสัญญาณภายใน 1 หรือ 3 วันหลังจากเกิดแท่งเทียนดังกล่าว

สรุปประเด็นสำคัญ

รูปแบบแท่งเทียนกลับตัวเป็นขาขึ้นช่วยคาดการณ์แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงของตลาด อีกทั้งช่วยสังเกตการกลับตัวของราคาและระบุว่าฝั่งผู้ขายกำลังเสียสถานะ ความท้าทายหลักของแท่งเทียนขาขึ้นและสัญญาณที่ให้มาคือการยืนยันสัญญาณอย่างเหมาะสม ในกรณีนี้ เทรดเดอร์อาจต้องใช้เครื่องมือเพิ่มเติมหลายประเภท เช่น เครื่องมือวิเคราะห์แนวรับ โมเมนตัม กระแสเงินทุน และเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคประเภทอื่นๆ

เนื้อหานี้ไม่มีและไม่ควรตีความว่ามีคำแนะนำด้านการลงทุน คำแนะนำในการลงทุน ข้อเสนอหรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ก่อนตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้มั่นใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยง